SsaSSyAlls
The story of the world is suffering.
วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555
Olympic 2012 London
อีกสองวันถัดจากนี้ไปเป็นวันที่ 12 สิงหาคม 2555 โอลิมปิกที่ลอนดอนก็จะปิดฉากลงแล้ว โอลิมปิกคือมวลมนุษย์ชาติทั่วโลกมาแข่งขันกีฬากัน ทุกคนซ้อมเพื่อหวังเหรียญทอง บางคนแม้จะรู้ว่าสู้เขาไม่ได้แต่ลึกๆในใจก็หวัง เหรียญทอง ระยะเวลาในการแข่งขันสั้นนิดเดียว แต่ระยะเวลาการฝึกซ้อมยาวนานมาก เหตุเพราะโอลิมปิก 4 ปี มี 1 ครั้ง ส่วนกองเชียก็เฝ้ารอหน้าจอถ่ายทอดสด หรือ แฟนพันธ์แท้ก็จะบุกถึงกรุงลอนดอนเพื่อเชียขอบสนาม นี้เป็นเหตุการณ์ทั่วไปที่ไม่น่าจะนำมาเขียนเลย เพราะทุกคนต่างรู้กันอยู่แล้ว แต่ บล็อกนี้ แหวกแนว คือ ทุกข์ แล้วมันทุกข์อย่างไร คำว่าทุกข์นี้คือไม่สุข ถามว่าซ้อมกีฬามาเพื่อแข่งสุขหรือทุกข์ แพ้ชนะ ทุกข์หรือสุข รวมความว่ามันทุกข์ ถึงมันจะสุขแต่ก็ไม่นานมันก็กลับมาทุกข์ ใช่ไหมละ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนคืออะไร คือม้าดีต้องว่ิงได้ระยะไกล คนดีก็ต้องดูใจกัน ไม่ใช่วันนี้ใจดี พรุ่งนี้ใจร้าย ถ้าจะดีก็ต้องดีให้ตลอด หากคนเรามองเห็นทุกข์เสียแล้ว ดูโอลิมปิกเห็นทุกข์ มันก็ไม่ไปทุกข์กับเขา เขาร้องให้เมื่อแพ้ เขาโวยวายเมื่อตัดสินไม่ยุติธรรม เราเข้าใจ เมื่อเราเข้าใจเราก็ไม่ร้องไห้ เราไม่โวยวาย เราไม่ทุกข์ไปกับเขา เราเห็นใจเขา เราเข้าใจทุกข์ เราก็สุข หน้าที่ที่จะต้องทำเราก็ทำ ทำได้ทุกอย่าง แต่ทำอย่างไรอย่าให้ทุกข์ ตัวเราเองเท่านั้นที่่จะพ้นทุกข์ได้ ก็แค่เขียนเพื่อแชร์กัน ใครจะว่าอย่างไรก็คน คนต่างมีความรู้ คนต่างมีความคิด คนต่างมีความคิดเห็น เอาเป็นจบลงแค่นี้ สวัสดี
วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ข้าว
ไม่ต้องพูดถึงว่าใครบ้างไม่กินข้าว เราคนไทยทุกคนกินข้าว และเราจะหยุดกินข้าวไม่ได้ นอกจากว่าเราจะไม่หายใจเสียอย่างเดียว ข้าวคืออาหารหลัก กับข้าวเป็นอาหารรอง คุณเชื่อหรือไม่ ยกตัวอย่าง คุณกินปลากระป๋อง อย่างเดียวโดยไม่มีข้าว บ้างหรือไม่ อันนี้ต้องตอบก่อนนะ ผมเองตอบว่าไม่เคย เพื่อนๆผมก็ตอบว่าไม่เคย ยังไงยังไงก็ต้องมีข้าวด้วย หรือ ถ้าอดจริงๆก็น้ำปลาราดข้าว ข้าวร้อนๆนะ อร่อยอย่าบอกใครเชียว พูดมากก็มากความเอาเป็นว่าคุยเรื่องข้าว คุยทำไมเรื่องข้าว รู้รู้กันอยู่ข้าวก็มีไว้กิน ไม่ได้ปลูกเองก็ไปซื้อเขามากิน กินเสร็จก็อิ่ม หิวก็หุงใหม่ กินใหม่ แล้วมันจะมีอะไร เอาละเข้าเรื่องดีกว่า ข้าวคำเดียวมันเป็นทุกข์ ที่นำเรื่องข้าวมาเขียนนี้คือ ว่าเวลาเรากินข้าวคำเดียวนี้นะมันเป็นทุกข์ แล้วมันทุกข์ตรงไหน ทุกข์อย่างไร ก็กว่าที่จะได้ข้าวมาต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องปลูก หาพันธ์ ไถ พรวน ดูแล ใส่ปุ๋ย เก็บเกี่ยว สีข้าว หุงข้าว ตักข้าว ช้อนกินข้าว ใส่เข้าปาก ถามว่ามันทุกข์หรือไม่ ถ้าบางคนบอกว่าไม่ทุกข์ ไม่ได้ทำเองไปซื้อเขามาหุงกิน แล้วถามว่าเอาอะไรไปซื้อข้าวเขามา ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เงิน แล้วเงินที่ได้มามันได้มาด้วยความสุขหรือความทุกข์ บางคนบอกว่าสุขหาจากห้องแอร์ไม่เหนื่อยแล้วถามต่อไปว่านั่งห้องแอร์ มันไม่ปวดเอวปวดหลังบ้างหรือ สรุปความคือคิดเองกับสิ่งที่นำเสนอ และท่านจะรู้ว่ามันทุกข์ มันไม่มีอะไรสุขเลย หรือมันสุขแต่มันก็กลับมาทุกข์อีกมันจะสุขตลอดไปนั้นหามิได้ ลองนั่งไตร่ตรองดู แล้วท่านจะรู้ว่าบางสิ่งบางอย่างหากเราไม่คิด เราก็จะไม่เห็นความจริง ผมเขียนเรื่องข้าวเพื่อเตือนสติของทุกท่านที่ได้อ่านและจงอย่างประมาทกับชีวิต สรุปความอีกครั้งคือ ต่างคนรู้ ต่างคนต่างมีความคิดเห็น แต่ปัญญาที่เกิด มันจะเห็นเหมือนกัน ลองดูซิ สวัสดี
วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ทีวีสี
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
รถยนต์ป้ายแดง
วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
เหนื่อยทำงาน
เหนื่อย ทำงานใช้แรงงานเหนื่อย บางคนบอกว่านั่งออฟฟิต ติดแอร์เย็นๆ ไม่เหนื่อยหรอก ดูให้ดีนะว่าเหนื่อยหรือไม่เหนื่อย นั่ง ยืน เดิน นอน เป็นอาหารเหนื่อย หรือไม่เหนื่อย เอาเป็นว่าถ้าไม่เหนื่อยก็ไม่ต้องนอนดีกว่า เพราะถ้ายกอย่างอื่น อาการค้านเกิดขึ้นเยอะ เอาเป็นตัวอย่างว่าถ้าไม่เหนื่อยก็ไม่ต้องนอนดีกว่าไหม อาการเหนื่อยเป็นอาการที่ดูยาก เพราะแอร์มันบัง มันบอกว่าสบายแต่ว่านั้นแหละเป็นอาหารของความเหนื่อย เมื่อมันเหนื่อยมันก็ทุกข์นั่นแหละ ทุกข์เล็กๆ ทุกข์ประจำวัน ทุกข์ไปเรื่อยๆ ทุกข์สะสม พอรู้อีกทีหมอบอกว่าคุณนั่งมากเกินไปกระดูกเอว เริ่มมีปัญหา เอาแล้วซิ มาถึงตรงนี้ ไหนว่าไม่เหนื่อย ไม่ว่ากันใครคัดค้านก็ไม่เป็นไร จนกระทั้งวันหนึ่งหมอบอกว่า คุณยืนมากเกินไป อาการเข่าชำรุด เอาแล้วซิ นี้มันอะไรกัน มาอีกวันหนึ่งนอนไปนอนว่า คอเคล็ด นี้หมอไม่ต้องบอก บอกตัวเองว่าเจ็บจังเลย ที่กล่าวมามันไม่มีอะไรในกอไผ่เลย แค่สกิดให้เห็นเหนื่อย เมื่อเหนื่อยก็ทุกข์ เมื่อทุกข์ก็คิด เมื่อคิดได้ก็เขียนไปเรื่อยๆ เอาเป็นว่าแชร์กันเล่นๆนะ อาการที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้มันเหนื่อยมันทุกข์ แม้กระทั้งว่าไม่ทำอะไรเลย มันก็เหนื่อย มันก็ทุกข์ แต่เราไม่ค่อยสักเกตคิดกัน จนมาถึงวันหนึ่ง เหนื่อยสะสม จนมีปัญหาก็เลยเข้าใจ แต่ถ้าเราเข้าใจ รู้ ด้วยปัญญาเสียก่อน คิดพิจารณาให้เห็นเสียก่อน ทุกข์มันก็น้อย ไม่ใช่มันไม่ทุกข์ แต่มันทุกข์น้อย เขียนไปเขียนมาก็มีแค่นี้แหละ คิดต่อกันเองว่าเมื่อมันเป็นเช่นนี้แล้ว เราบังคับมันไม่ได้เลย แต่มีบางอย่างที่เราสามารถบังคับมันได้ เพราะว่ามันเป็นของเรา นั่นก็คือใจ หรือตัวคิดได้ ยกตัวอย่าง เมื่อเราเห็นว่าเหนื่อยสะสมไปเรื่อย ด้วยอาการนั่ง เมื่อเราคิดได้ว่ามันเป็นอย่างนี้เพราะการสะสม ปรกติถ้าเราไม่คิดไม่เข้าใจเราจะกระวนกระวาย แต่้ถ้าเรารู้เราก็ไม่กระวนกระวาย ใช่หรือไม่ ง่ายเข้าไปอีกก็คือ หากเรารู้ดี ในเรื่องหนึ่งและเราศึกษาค้นคว้าจนแน่ใจ ใครก็ตามมาพูดให้เราฟังในเรื่องนั้น แล้วเขาพูดผิดพูดถูก เราก็แค่รับฟัง เราไม่ไปสนใจ แถมเรายิ้มด้วยความสบายใจเสียอีก เพราะอะไรหรือ เพราะเรารู้ ตัวรู้นี้แหละไม่ทุกข์ มีแต่สุข ไม่ได้หมายความว่าไม่ทุกข์นะ มันทุกข์น้อย ขอจบลงด้วยความสวัสดี ไม่เหนื่อยกันทุกคนที่อ่าน สวัสดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




