วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

รถยนต์ป้ายแดง

ปัจจุบันนี้รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับคนเรา แต่รถยนต์ก็ดีนะซื้อใหม่ดอกเบี้ยถูก ผ่อนอย่างน้อยห้าปีก็หมด ยอมทนห้าปี ได้รถหนึ่งคัน ไม่เหมือนบ้านผ่อนกันตลอดชีวิต ดอกเบี้ยก็สูง เอาเป็นว่าเรามาคุยกันในเรื่องรถดีกว่า รถสำคัญมาก ไม่มีรถก็ต้องขึ้นรถ หมายถึง รถโดยสาร ดังนั้นไม่ว่ามีหรือไม่มีก็ต้องนั่งรถ ที่นี้ทำไมถึงพูดเรื่องรถ เพราะเรามีรถเป็นของตัวเองแล้วเราไม่คิด ว่าอย่างนั้นมันก็ไม่ถูก คนเขาค้านกันระงมแน่ๆ หากพูดแบบนี้ แต่ไม่เป็นไร ของแจกแจงต่อไปอีกสักนิด เพื่อคิด เอาเป็นว่าเราลองนั่งคิดทบทวนดูซิว่าเรามีรถหนึ่งคัน เอาเป็นรถยนต์คันใหม่เลย ก่อนที่จะซื้อก็ต้องเลือกยี้ห้อ ชนิดก่อน เมื่อเลือกได้แล้วก็ต้องไปดูไปชมไปทดลองขับ ขับแล้วชอบตกลงปลงใจตัดสินใจซื้อก็ต้องไปหาเงินดาว เมื่อหาเงินดาวก็ไปหาคนค้ำประกัน ถ้าไม่หาคนค้ำก็ต้องหาเงินดาวเยอะๆ เมื่อผ่านแล้วก็ต้องไปหาหมอหมอดูเพื่อดูวันออกรถ เมื่อถึงวันออกรถบ้างก็ให้คนอื่นขับให้เพราะมือใหม่ เอาเป็นว่าบ้างนะไม่ทุกคนหรอกเดี่ยวจะค้านอีก เมื่อออกมาแล้วก็ต้องดูแล เมื่อดูแลก็ต้องเติมน้ำมัน เมื่อถึงเดือนก็ต้องผ่อน เมื่อผ่อนก็ต้องเข้าศูนย์เพื่อเช็คระยะ เมื่อเช็คระยะไปก็ต้องมีเปลี่ยนอะไหล่กันบ้าง สุดท้ายขับไปขับไปอยากจะเปลี่ยนรถใหม่เพราะรถคันใหม่นี้แหละมันเก่าเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไรก็เอารถคันใหม่นี้ขายแล้วเอาเงินนี้มาดาว ไม่ต้องหาเงินดาว ผ่อนไม่เยอะแล้วได้รถใหม่คันที่สอง โดยทั่วไปแล้วก็น่าจะเป็นอย่างที่กล่าวมาแล้วนะ ส่วนไหญ่ แต่ถ้าใครไม่เป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร  สรุปที่เขียนก็คือ เราเคยคิดบ้างหรือเปล่าละว่า รถคันเดียวมันทุกข์แสนสาหัส และมันก็อภิมหาสุขด้วยเพราะมีรถที่ไปไหนมาไหนสะดวกสบาย แต่จะมีสักกี่คนที่คิดต่างออกไป แล้วคิดต่างออกไปคิดอะไรอีก ก็ต้องตอบว่าลองคิดอย่างนี้ซิ ว่ามันเป็นของของเราหรือเปล่า เอาแล้วซิ ก็มันเป็นของของเราซิ จะเป็นของใคร ก็เราซื้อเองหาตังค์ซื้อเอง คิดอย่างนี้ก็โง่ฉิบหายซิ อันนี้ไม่ใช่คำหยาบนะ เพราะฉิบหายโง่ เป็นคำไทยที่โบราณเขาใช้กัน ย้อนอดีตไปนิดหนึ่ง โง่อย่างไร แล้วฉิบหายอย่างไร ก็ลองคิดดูเอาเอง แต่จะทิ้งท้ายไว้ว่า หากมันเป็นของเราจริงก็ต้องอยู่กับเราตลอด แล้วรถมันเป็นของเราหรือเปล่า ถ้ามันเป็นของเราก็ต้องอยู่กับเราตลอด แล้วเมื่อมันไม่ใช่ของเรา หรือบางท่านว่ามันเป็นของเราก็ไม่เป็นไร แล้วมันเรื่องอะไรจะเป็นของเรา หรือไม่เป็นของเรา ก็ต้องตอบว่า ถ้าเรารู้เราเข้าใจเราก็จะไม่ไปทุกข์กับมัน เมื่อเราไม่ทุกข์กับมันเราก็สุขใจสบายใจ ลองคิดทบทวนดูนะตั้งแต่ระยะที่ซื้อรถมาเคยทุกข์บ้างหรือเปล่า ทุกข์กี่ครั้ง แต่ถ้าเข้าใจเสียแล้วมันจะเบียดมันจะชนมันจะเป็นรอยเราก็ยังสุขได้เลยทุกข์มันก็ห่างไกล แต่ไม่ใช่ไม่ทุกข์แต่มันทุกข์น้อย ไอ้ทุกข์จรคือผ่อน เมื่อผ่อนหมดก็เติมน้ำมันเติมน้ำมันมันทุกข์ประจำ แต่ถ้าเราคิดเมื่อคิดก็รู้เมื่อรู้ก็จะเบา เมื่อเบาก็สุข ก็เท่านี้แหละที่จะบอก สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น