วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

เปิดทอมความตาย

เปิดเทอม เปิดใจ เปิดทุกข์ เปิดสุข เปิดให้หมดไปเลย วันนี้วันเปิดเรียนของลูกๆเป็นวันแรก พ่อแม่ที่รักลูกก็จะหาทุกอย่างให้ลูก ทำเพื่อลูก อะไรที่ลูกอยากได้ก็หาให้โดยไม่มีการปริปากบ่น หากจะดูข่าวก็จะนำทองไปจำนำบ้าง กู้ยืมบ้าง เพื่อลูก รักลูก นี้แหละพ่อแม่ คนที่เป็นพ่อแม่แล้วก็จะเข้าใจ ลูกที่ยังเป็นลูกสักวันหนึ่งก็จะเข้าใจเมื่อเป็นพ่อเป็นแม่เอง มันก็วนเวียนกันอย่างนี้ ไปตามการเวลา ชวิตของคนไทยดูแล้วจะน่ารักและน่าอิจจา มากที่สุด เป็นสังคมไทยที่รักเกินคำบรรยาย หาคำว่ารักจากไหนอีกไม่ได้อีกแล้ว ครอบครัวไทยมีการเมตตา ครอบครัวไทยมีความซาบซี้งใจเป็นที่สุด ดังนั้นพ่อแม่คือพรหมของบุตร บุญคุณพ่อแม่จะทดแทนเท่าไหร่ก็ไม่หมด พระพุทธเจ้าท่านบอกไว้ว่า ไม่ว่าจะให้อะไรกับพ่อแม่ที่เป็นของเลิศเล่อสักเพียงใด ก็ทดแทนพระคุณของพ่อแม่ไม่หมด สิ่งเดียวที่จะทดแทนพระคุณของพ่อแม่ได้นั่นมีเพียงอย่างเดียว คือให้ธรรมะแก่พ่อแม่ พ่อแม่ส่วนใหญ่จะรักลูกมากจนตัวเองเป็นทุกข์หนักก็ยอม หรือจะกล่าวว่า ความรักทำให้คนตาบอด ทำไม่ถึงพูดอย่างนี้ เหตุผลก็คือ เกิดแก่เจ็บตาย รักลูกจนลืมว่าตัวเองต้องตาย แม้ถึงตายก็ยอมเพื่อลูก แล้วก็ส่วนใหญ่เวลาพ่อแม่จะตายก็เฝ้ารอลูกให้ลูกกลับมาเพื่อได้เห็นหน้าอีกครั้ง จนจิตก่อนตายของพ่อแม่ ต้องไปเวียนว่ายตายเกิด เวลาจะไกล้ตายนี้นั้นพระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ว่า หากจิตคิดถึงกุศลก็จะไปเกิดบนสวรรค์ หากจิตคิดอกุศลก็ไปลงอบายภูมิ หากจิตห่วงตอนก่อนตายห่วงนี้ห่วงนั้นก็จะต้องสอบสวนก่อนแล้วตัดสินว่าไปสวรรค์หรืออบายภูมิ หากจิตตายก่อนอายุขัยก็เป็นสัมภเวสี ดังนั้นการตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ของเราทุกคนนั้นก็ให้ธรรมะแก่พ่อแม่ ธรรมะนั้น ไม่มีอะไรยากมากมายหรอก แค่ทำตัวเป็นคนดี ทำตัวไม่ให้พ่อแม่ห่วง พาพ่อแม่ไปวัดบ้าง สรุปความว่าธรรมะนั้นมันกว้างมาก หากจะพูดไปก็จะคัดค้านขึ้น ดังนั้นจะกล่าวไว้เป็นแนวว่า ทำตัวเป็นคนดี ให้ธรรมะสักข้อแก่พ่อแม่นั้นคือความตาย บอกกล่าวท่านให้เข้าใจในความรัก ว่าถึงพ่อแม่จะรักเพียงใด ลูกและพ่อแม่ก็ต้องตาย ลูกอาจจะตายก่อนพ่อก่อนแม่ หรือแม่พ่ออาจจะตายก่อนก็ได้ ยังไงเสียเรื่องตายไม่ต้องห่วง ลูกจะเป็นคนดีของสังคม แล้วปฏิบัติให้พ่อแม่เห็น ทำบ่อยๆปฏิบัติบ่อย เพราะคนเราไม่ทราบวันตาย ความตายเป็นของเที่ยงแต่ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง คือ ตายแน่นอนทุกคนต้องตายมีใครบ้างที่ไม่ตาย แม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ดับขันธ์ปรินิพพาน คือพูดง่ายๆว่าท่านก็ตายแต่ความตายของท่านไม่มีการเกิดอีกแล้ว ดังนั้นพระพุทธเจ้าท่านบอกไว้ว่าอยากประมาท เพราะความตายตายแน่ แต่ตายแล้วจะไปไหนก็ เลือกเอาเอง มีให้เลือกได้ดังนี้ อบายภูมิ เทวดา นางฟ้า  พรหม นิพพาน มนุษย์  เมื่อเลือกแล้วก็ปฏิบัติ ตามพระพุทธเจ้าสอนให้ได้ ไปศึกษาค้นคว้าเอาเอง ไม่ต้องไปหาที่ไหนอื่นไกลหรอก ในพระไตรปิฏกนั้นแหละดีที่สุด สวัสดี

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น